ศูนย์ข่าวชาวบ้านนิวส์
Khawchawbannews

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
เทศบาลเมืองคอหงส์จัดประชุมปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.25661-2565)ประชาคมชุมชนเมืองคอหงส์


               วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 ณ ห้องรัศมี ชั้น 2 โรงแรมต้นอ้อย แกรนด์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลานายฉลอง พัฒโน รองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.25661-2565) ประชาคมชุมชนเมืองคอหงส์ พร้อมด้วยผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งโดยมีนายฐิติกรณ์ รอดคล้าย รองปลัดเทศบาลเมืองคอหงส์กล่าวรายงาน


เทศบาลเมืองคอหงส์เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการบริหารจัดการตามพรบ.เทศบาล พ.ศ.2496และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งในการบริหารจัดการท้องถิ่นเพื่อตอบสนองความต้องการและการแก้ไขปัญหาของประชาชนต้องได้รับความร่วมมือรวมคิดร่วมทำจากประชาชน องค์กรและกลุ่มต่างๆในท้องถิ่นที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการบริหารกิจการของเทศบาล ในการที่จะแสดงความคิดเห็น นำเสนอปัญหาแนะแนวทางออกที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อนให้เทศบาลฯมีการพัฒนา เป็นเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนในอนาคต


ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนและขับเคลื่อนให้การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลฯมีประสิทธิภาพและเกิดผลสามารถนำแผนพัฒนาท้องถิ่นไปปฎิบัติสามารถใช้เป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เทศบาลเมืองคอหงส์จึงได้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม โดยจัดประชุมประชาคมชุมชนเมืองคอหงส์ในครั้งนี้ขึ้น











2
มรภ.สงขลา เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านระดับนานาชาติ ณ เกาหลีใต้
 

มรภ.สงขลา นำนักศึกษาเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ณ ประเทศเกาหลีใต้ สัมผัสประสบการณ์เวทีระดับนานาชาติ จัดเต็มการแสดง 4 ภาค สร้างความประทับใจผู้ร่วมงาน เรียกเสียงปรบมือกึกก้อง 


ผศ.ดร.จรรย์สมร ผลบุญ รองผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์ส่งเสริม สืบสาน เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มรภ.สงขลา นำโดย อาจารย์โอภาส อิสโม ผู้อำนวยการสำนักศิลปะฯ นำคณาจารย์และนักศึกษาเดินทางไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านระดับนานาชาติ ในงาน “8th SEONGJU LIFE CULTURE FESTIVAL 2019, - 6th Korea Melon Festival” ณ เมืองซองจู ประเทศเกาหลีใต้ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ ทั้งยังเป็นโอกาสให้นักศึกษา มรภ.สงขลา ได้มีประสบการณ์ในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านของไทย และการแสดงโนราที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ โดยทางมหาวิทยาลัยได้นำการแสดงต่างๆ ที่น่าสนใจไปเผยแพร่สู่สายตาชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมภายในงานเป็นอย่างมาก



ผศ.ดร.จรรย์สมร กล่าวว่า การไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้บรรลุผลเกินเป้า เพราะเป็นการกระตุ้นให้สำนักศิลปะฯ มีความเข้มแข็งในด้านการเผยแพร่ผลงานการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นทั้ง 4ภูมิภาค ให้เป็นที่ประจักษ์และเกิดการยอมรับของผู้ชม โดยพิจารณาจากเสียงปรบมือทุกครั้งที่ชุดการแสดงแต่ละเพลงจบลง และการขอถ่ายภาพเพื่อเป็นที่ระลึก นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาจากนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งส่วนมากเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 บางคนไม่เคยไปแสดงยังต่างประเทศ เมื่อได้รับโอกาสไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมจึงได้พัฒนาทักษะการแสดงไปในตัว เพราะต้องแสดงร่วมกับอาจารย์ ซึ่งศักยภาพของอาจารย์เป็นตัวผลักดันให้นักศึกษาฝึกฝน เพื่อก่อเกิดทักษะด้านการแสดงให้ดีจนฝีมือใกล้เคียงกับอาจารย์ และถือเป็นโอกาสดีที่ได้รับชมการแสดงของประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมการแสดง อาทิ ไต้หวัน มาเลเซีย รัสเซีย เป็นต้น



ด้าน อาจารย์โอภาส อิสโม ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ (CICEP) ได้เชิญ มรภ.สงขลา เข้าร่วมการเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ซึ่งด้วยโครงการเป็นลักษณะกิจกรรมเผยแพร่ผลงานศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านของไทยสู่ระดับนานาชาติ สำนักศิลปะฯ จึงนำชุดการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะภูมิภาคที่โดดเด่นสวยงาม และเป็นผลงานนาฏยรังสรรค์ของสาขาวิชานาฏศิลป์และการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา ประกอบด้วย การแสดงภาคเหนือ ฟ้อนเล็บ การแสดงภาคกลาง ต้นวรเชรษฐ์ การแสดงภาคอีสาน เซิ้งกลองยาว การแสดงภาคใต้ โนรา และ ระบำผ้าบาติก ซึ่งเป็นระบำพื้นบ้านภาคใต้ที่ประดิษฐ์ท่ารำโดยนักศึกษามรภ.สงขลา โดยการนำผ้าบาติกมาประกอบการแสดง มุ่งเน้นท่ารำที่สวยงามประกอบกับความพริ้วไหวของผ้า ไปสร้างความประทับใจให้แก่ชาวเกาหลีและจากชาติอื่นๆ ที่มาร่วมในงานดังกล่าว








3
มรภ.สงขลา ติวเข้ม 6 หลักสูตรทางคอมพิวเตอร์ดึงอาจารย์-เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม ประยุกต์ใช้การสอน



                สำนักวิทยบริการฯ มรภ.สงขลา เปิดอบรมทางคอมพิวเตอร์ตลอดเดือน มิ.ย.-ก.ค. ติวเข้ม 6 หลักสูตรรวด หวังเสริมทักษะอาจารย์-เจ้าหน้าที่ นำความรู้ประยุกต์ใช้การสอน   


ผศ.ดร.อำนาจ ทองขาว ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า สำนักวิทยบริการฯ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ให้แก่อาจารย์และบุคลากร มรภ.สงขลา ตลอดเดือนมิถุนายน-กรกรฎาคม 2562 ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 201 ชั้น 2 อาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ มรภ.สงขลา รวม 6 โครงการ วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพในอนาคต

                ผศ.ดร.อำนาจ  กล่าวว่า การจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ประกอบด้วย 6 หัวข้ออบรมได้แก่ 1. การทำหนังสือดิจิทัล (E-book) และเผยแพร่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ห้องสมุดเป็นฐาน รุ่นที่ 1 วันที่ 18-19 มิถุนายน (สำหรับสายวิชาการ) รุ่นที่ 2 วันที่ 20-21 มิถุนายน (สำหรับสายสนับสนุน) วิทยากรโดย นายสุวรรณ โชติการ นักวิชาการ สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ผศ.ดร.ศศลักษณ์ ทองขาว คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.สงขลา 2. การสอนแบบ Active Learning โดยใช้สื่อการสอนแบบ Smart Classroom วันที่ 24-28 มิถุนายน (รุ่นที่ 1-5 สำหรับสายวิชาการ) วันที่ 1 กรกฎาคม (รุ่นที่ 6 สำหรับสายสนับสนุน) วิทยากรโดย อาจารย์พัชรี ทิพย์ประชา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อาจารย์ปิยกุล บุญญาศรีรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สงขลา

                3. การใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์สำหรับการบริหารจัดการเอกสารวิชาการและการเขียนบรรณานุกรม (สายวิชาการและสายสนับสนุน) วิทยากร ดร.ศริยา บินแสละ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผศ.ดร.ศศลักษณ์ ทองขาว รุ่นที่ 1 วันที่ 2-3 กรกฎาคม(สำหรับสายวิชาการ) รุ่นที่ 2 วันที่ 4-5 กรกฎาคม (สำหรับสายสนับสนุน) 4. การใช้โปรแกรม Microsoft Excel ขั้นสูงในการบริหารจัดการข้อมูล (สายสนับสนุน) วันที่ 8-9 กรกฎาคม (สำหรับสายสนับสนุน) วิทยากร อาจารย์เสรี ชะนะ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจารย์ธภัทร ชัยชูโชค คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อาจารย์ปิยกุล บุญญาศรีรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สงขลา

                5. การพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการใช้งาน SKRU-MOOC (สายวิชาการ) รุ่นที่ 1 วันที่ 10-11 กรกฎาคม รุ่นที่ 2 วันที่ 18-19 กรกฎาคม (สำหรับสายวิชาการ) วิทยากร นายสุวรรณ โชติการ นักวิชาการ สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อาจารย์ เสรี ชะนะ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.สงขลา และ 6. การใช้โปรแกรม SAP Dashboard สำหรับการตัดสินใจ (สายวิชาการและสายสนับสนุน) รุ่นที่ 1 วันที่ 22-23 กรกฎาคม (สำหรับผู้บริหาร) รุ่นที่ 2 วันที่ 24-25 กรกฎาคม 256 (สำหรับสายสนับสนุน) วิทยากร นายนรินทร์ อินทร์ยอด เจ้าของเพจเฮลโหลสงขลา (HelloSongkhla) ผศ.วุฒิชัย อินทร์แก้ว คณะวิทยาการจัดการ มรภ.สงขลา

                ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มและสมัครได้ที่เว็บไซต์สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มรภ.สงขลา http://cc.skru.ac.th/arit
4
ข่าวการศึกษา / เทศบาลเมืองคอหงส์จัดกิจกรรมเข้าค่าย Young Power Camp ปีที่ 9
« กระทู้ล่าสุด โดย system man เมื่อ มิถุนายน 11, 2019, 04:33:18 PM »
เทศบาลเมืองคอหงส์จัดกิจกรรมเข้าค่าย Young Power Camp ปีที่ 9


        เมื่อวันที่ 1 – 2 มิถุนายน 2562 เทศบาลเมืองคอหงส์  ได้จัดกิจกรรมเข้าค่าย Young Power Camp ปีที่ 9 ขึ้น เพื่อฝึกอบรมความรู้ในเรื่องปัญหายาเสพติด ฝึกระเบียบวินัย และพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำให้กับแกนนำเยาวชนในชุมชน ณ สวนสัตว์จังหวัดสงขลา



5
ทม.คอหงส์จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อสม.ประจำเดือนมิถุนายน 2562


       เมื่อวันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน  2562 นายฉลอง  พัฒโน  รองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ ได้เป็นประธานในการประชุมชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขเทศบาลเมืองคอหงส์ (อสม.) ในกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อสม. ประจำเดือนมิถุนายน 2562 เพื่อให้สมาชิก อสม. ทั้ง 30 ชุมชน ได้นำปัญหาด้านสุขภาพในชุมชนที่ได้พบมาหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์บ้านคลองเตย




6
หาดทิพย์เดินหน้าสานต่อสร้างฝายชะลอน้ำและระบบประปาภูเขา #2จับมือชุมชนแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำหลาก ลุ่มน้ำปากพนัง


•   ผลสำเร็จปี 2561 น้ำล้นฝายตลอดทั้งปี มีน้ำสำหรับใช้ในครัวเรือน การเกษตรอุดมสมบูรณ์ขึ้นและ คืนความสมดุลของระบบนิเวศลุ่มน้ำ ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ 40 ตำบลในจังหวัดนครศรีธรรมราช
•   เป้าหมายระยะยาวตลอดปี 2562 สร้างฝายชะลอน้ำเพิ่ม จำนวน 30 ฝาย และสร้างประปาภูเขาเพิ่ม จำนวน 5 จุด



10.00 น.ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นายสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานพิธีเปิด โครงการสร้างฝายชะลอน้ำและประปาภูเขา ต้นน้ำสายน้ำชะอวดลุ่มน้ำปากพนัง ประจำปี 2562 พร้อมด้วย คุณธงชัย อันชูฤทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการบริหารงานทั่วไป บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)ชาวบ้านชุมชนบ้านหลังอ้ายหมีนักเรียนศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหลังอ้ายหมี และเครือข่าย อาสาสมัครหาดทิพย์ จำนวนกว่า 300 คน ร่วมกันเริ่มต้นทำฝายชะลอน้ำ จำนวน 10 ฝาย และระบบประปาภูเขา จำนวน 1 จุด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โคคา-โคลา ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ร่วมกับ คณะกรรมการชุมชนบ้านควนไม้บ้องและเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จัดโครงการสร้างฝายชะลอน้ำและประปาภูเขา ต้นน้ำสายน้ำชะอวดลุ่มน้ำปากพนัง ครั้งที่ 2มีเป้าหมายระยะยาวตลอดปี2562 จะสร้างฝายชะลอน้ำเพิ่ม จำนวน 30 ฝาย และสร้างประปาภูเขาเพิ่ม จำนวน 5 จุด โดยสร้างเป็นรูปแบบฝายหินปูนดินซีเมนต์ เพื่อลดความรุนแรงของน้ำในฤดูน้ำหลากและกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง รวมทั้งสร้างความชุ่มชื่นให้กับฝืนป่า พร้อมกับส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์  ดูแล เฝ้าระวัง ฟื้นฟูสายน้ำ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์กลับสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน


สำหรับในปี 2561 ที่ผ่านมาคณะกรรมการชุมชนบ้านควนไม้บ้อง และโค้ก-หาดทิพย์ ร่วมมือกันลดปัญหาภัยแล้ง และความรุนแรงของน้ำในฤดูฝนที่ชุมชนประสบปัญหามาเป็นระยะเวลายาวนานในพื้นที่ชุมชนบ้านควนไม้บ้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมจากการสัมปทานป่าไม้ สัมปทานเหมืองแร่ในอดีต โดยหาดทิพย์ได้เข้ามาให้การสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในทุกมิติทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อป้องกันความแห้งแล้งของต้นน้ำสายน้ำชะอวด ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งได้ร่วมกันขับเคลื่อนสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 30 ฝาย และระบบประปาภูเขา 5 จุด เมื่อสิ้นสุดโครงการชุมชนได้รับประโยชน์จากการจัดโครงการอย่างชัดเจน สามารถบรรเทาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคและการเกษตร รวมทั้ง ชะลอการไหลของน้ำในฤดูน้ำหลาก สร้างความชุ่มชื้นคืนฝืนป่า และคืนความสมดุลของระบบนิเวศลุ่มน้ำโดยทางตรง จำนวน 9 ตำบลในเขตอำเภอชะอวด และทางอ้อม จำนวน 31 ตำบล ในเขต อ.เชียงใหญ่ อ.เฉลิม พระเกียรติ อ.ปากพนัง  อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช 


คุณพยุงศักดิ์ วรรโณทัย คณะกรรมการชุมชนบ้านควนไม้บ้อง “ช่วงหน้าแล้งสายน้ำในห้วยแห้งเป็นฝุ่นแดง หน้าฝนน้ำหลาก ถนนขาดสัญจรไม่ได้ ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างกติกาชุมชนดูแลฝืนป่า รวมทั้ง ได้ทดลองการทำฝายชะลอน้ำในรูปแบบต่างๆ และพบว่ารูปแบบที่เหมาะสมคือ ฝายหินปูนดินซีเมนต์ ที่มีความแข็งแรง ต้านความแรงของน้ำ และไม่รั่วซึม แต่ยังขาดงบประมาณ ด้วยความตั้งใจและความร่วมมือของชาวบ้าน เราจึงได้รับการสนับสนุนจาก โค้ก-หาดทิพย์ ทำให้เราได้ฝายที่มีคุณภาพ มีน้ำล้นตลอดทั้งปี เพียงพอสำหรับใช้ในครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรได้ความชุมชื่นกลับสู่ฝืนดิน และยืนยันความสำเร็จเมื่อหน้าแล้ง 3-4 เดือนที่ผ่านมา หมู่ 9 ต.วังอ่างของเราไม่อดน้ำ ไม่ต้องขอน้ำจากหน่วยงานภายนอกเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี พวกเราดีใจ ภูมิใจมากที่หาดทิพย์ได้เข้ามาช่วยเหลือมาเป็นเพื่อนคู่คิด ช่วยต่อชีวิตให้กับชาวบ้านให้กลับมามีความสุขอีกครั้งขอขอบพระคุณครับ”


ร้อยตำรวจเอก กั้น  รักนิ่ม ครูใหญ่ศูนย์การเรียน ตชด.บ้านหลังอ้ายหมี เปิดเผยว่า ศูนย์การเรียนตำรวจ ตระเวนชายแดนบ้านหลังอ้ายหมี อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 230 เมตร การเดินทางสัญจรทุรกันดาร เป็นพื้นที่ลาดชัน ช่วงหน้าแล้งจะไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ประมาณ 3-4  เดือน ชาวบ้านต้องลงไปขนน้ำจากหมู่บ้านในพื้นราบขึ้นมาใช้ หรือไม่ก็รอน้ำจาก อบต.วังอ่าง ในช่วงหน้าฝนก็ใช้วิธีการรองน้ำฝนเพื่อเก็บไว้ใช้ ส่วนของโรงเรียนเองก็อยู่ในสภาพขาดแคลนน้ำอย่างหนักเช่นกัน ขอขอบคุณบริษัท หาดทิพย์ หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่าย ที่เข้ามาช่วยทำฝายชะลอน้ำ และสร้างประปาภูเขาให้กับโรงเรียนในวันนี้ เพราะหลังจากสร้างฝายเสร็จ นักเรียน-ครู  จะมีน้ำใช้ที่เพียงพอ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ ขอบคุณครับ


คุณธงชัย อันชูฤทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการบริหารงานทั่วไปบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า จากความสำเร็จที่ชุมชนควนไม้บ้องได้รับจากกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ และระบบประปาภูเขาในปี 2561โค้ก-หาดทิพย์ได้ร่วมกับคณะกรรมการชุมชนบ้านควนไม้บ้อง และเครือข่ายอนุกรักษ์สิ่งแวดล้อม ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราชอีกครั้ง โดยในปีนี้ได้ขยายผลถึงชุมชนบ้านหลังอ้ายหมี ต.วังอ่าง และบ้านทุ่งโชน บ้านห้วยยวนเหนือ ต.เขาพระทอง ที่ประสบปัญหาเดียวกันซึ่งในครั้งนี้ได้สร้างประปาภูเขา 1 จุดที่จะส่งน้ำตรงไปที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหลังอ้ายหมี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ครู นักเรียนให้มีน้ำอุปโภคที่เพียงพอ และฝายชะลอน้ำและประปาภูเขารวม 34 ตัว จะทำให้พี่น้องชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนมีความสุขมากขึ้นครับ



หาดทิพย์ มุ่งมั่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนานเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดโครงการต่างๆสืบสานเจตนารมณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มาจากสินค้ากระบวนการผลิตและการปฏิบัติงานของเราโดยเน้นในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น้อยที่สุด การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ รวมถึง การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมสูงสุดตลอดจนการอนุรักษ์และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และดำรงความมุ่งหมาย ที่จะให้ “หาดทิพย์”และชุมชนใน 14 จังหวัดภาคใต้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน








7
‘คนรักสุขภาพปลื้ม’ พีเอฟพี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ขยายไลน์กลุ่มขนมขบเคี้ยวและอาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ



เรียกว่า ได้รับความสนใจจากประชาชน และนักธุรกิจทั้งชาวไทย-ต่างชาติ ต่างแวะเวียนเข้ามาเลือกช็อป เลือกชม และเจรจาการค้ากันอย่างไม่ขาดสาย หลังกลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. ผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปครบวงจร เปิดบูธแสดงผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมต่างๆ ภายใต้แบรนด์ พี.เอฟ.พี. ในงาน มหกรรมอาหารนานาชาติ  THAIFEX World Of Food Asia 2019 พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 3 แบรนด์น้องใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “พีเอฟพี มอบคุณค่าที่มากกว่าความอร่อย” ได้แก่ แบรนด์พีเอฟพี โกลด์ ผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มอาหารทะเลแปรรูประดับพรีเมียม แบรนด์ วีแกรนด์ กลุ่มอาหารมังสวิรัติพร้อมทาน และ แบรนด์โอ้! อุมิ (Oh! UMI) ขนมทานเล่นเพื่อสุขภาพ ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้





8
จังหวัดสงขลา พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 682 ราย ในพื้นที่ 16 อำเภอ แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ขณะที่พบอัตราป่วยสูงสุดในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ เมืองสงขลาและนาหม่อม


นายแพทย์อุทิศศักดิ์  หริรัตนกุล  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า โรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่นที่แต่ละปีทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมากทั่วประเทศ โดยในปีนี้จังหวัดสงขลามีจำนวนผู้ป่วยสูงตั้งแต่ต้นปี คาดว่าจะมีการระบาดมากกว่าปีที่ผ่านมาและในทุกสถานที่ยังพบมีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายจำนวนมาก สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2562 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาได้รับรายงานผู้ป่วยโรค  ไข้เลือดออก จำนวนทั้งสิ้น 682 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 48.41 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต โดยพบในเพศชาย 364 ราย เพศหญิง 318 ราย อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง เท่ากับ 1.14 : 1

โดยกลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มอายุ 10 - 14 ปี  คิดเป็นอัตราป่วย 161.6 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 5 - 9  ปี, 15 -  24  ปี, 0 - 4 ปี, 25 - 34 ปี, 35 - 44 ปี, 45 - 54 ปี, 55 -  64 ปี, 65 ปี ขึ้นไป อัตราป่วยเท่ากับ  128.65, 77.98, 55.33, 34.42, 19.17, 13.93, 13.66และ6.82 ต่อประชากรแสนคนตามลำดับ

อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือนักเรียน จำนวนผู้ป่วยเท่ากับ 396 ราย รองลงมาคือ   อาชีพรับจ้าง, อาชีพนปค. อาชีพงานบ้าน, อาชีพเกษตร, อาชีพค้าขาย, อาชีพราชการ, อาชีพครู, อาชีพทหาร/ตำรวจ,   อาชีพนักบวช, อาชีพอื่นๆ, อาชีพบุคคลากรสาธารณสุข จำนวนผู้ป่วยเท่ากับ 118, 71, 32, 27, 19, 8, 3, 3, 2, 2, 1 ราย ตามลำดับ

ทั้งนี้พบผู้ป่วยสูงสุดในเดือนมกราคม จำนวน 227 ราย เดือนกุมภาพันธ์ 136 ราย, เดือนมีนาคม 86 ราย, เดือนเมษายน  83 ราย, เดือนพฤษภาคม 150 รายและเดือนมิถุนายน 0 ราย โดยผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลศูนย์เท่ากับ 152 ราย โรงพยาบาลทั่วไป เท่ากับ 220 ราย  โรงพยาบาลชุมชน  เท่ากับ 284 ราย คลินิกราชการ เท่ากับ 5 ราย สถานีอนามัย เท่ากับ 3 ราย คลินิก และโรงพยาบาลเอกชน  เท่ากับ 18 ราย

สำหรับอำเภอที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุดคืออำเภอกระแสสินธุ์ อัตราป่วยเท่ากับ 134.62  ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ อำเภอนาหม่อม, อำเภอเมืองสงขลา, อำเภอสะเดา, อำเภอคลองหอยโข่ง, อำเภอระโนด,  อำเภอเทพา, อำเภอหาดใหญ่, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอสิงหนคร, อำเภอสะบ้าย้อย, อำเภอจะนะ, อำเภอนาทวี, อำเภอควนเนียง, อำเภอสทิงพระ, อำเภอรัตภูมิ,อัตราป่วยเท่ากับ 126.39, 101.16, 89.24, 79.55, 55.51, 47.43,  33.64, 32.56,  30.91, 29.22, 26.89, 20.64, 20.46, 12.28, 12.05 ราย ตามลำดับ
9
“ชัยเดช” ศิษย์เก่า มรภ.สงขลา เชิดชู ป๋าเปรม วีรบุรุษคนดีในดวงใจเล่าเรื่องราวสุดซาบซึ้ง จาก นศ.ทุน สู่ผู้ได้รับนามสกุล “เครือเปรม”



“ชัยเดช” ศิษย์เก่าดนตรีไทย มรภ.สงขลา เชิดชูเกียรติพลเอก เปรม วีรบุรุษคนดีในดวงใจ เผยเรื่องราวความประทับใจ จากจุดเริ่มต้นนักศึกษาทุนมูลนิธิฯ สู่ผู้ได้รับนามสกุล “เครือเปรม”


                นายชัยเดช เครือเปรม (ชื่อ-สกุลเดิม อภิเชษฐ์ เครือจันทร์) ศิษย์เก่าศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ปัจจุบันประกอบอาชีพข้าราชการครู โรงเรียนบ้านนาใหญ่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2553 เขาเข้าเป็นนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา ต่อมาในปี พ.ศ.2554 ทางมหาวิทยาลัยคัดเลือกนักศึกษาเพื่อเข้ารับทุนมูลนิธิพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ตัวเขาจึงสมัครและได้รับพิจารณาคัดเลือกเป็นหนึ่งในนักศึกษาทุนของทางมูลนิธิฯ ซึ่งทำให้เขามีโอกาสร่วมต้อนรับและส่งป๋าเปรม ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เมื่อครั้งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจ ณ จ.สงขลา และได้รับโอกาสไปต้อนรับที่บ้านติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักและได้ใกล้ชิดกับประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษของเมืองไทย


                นายชัยเดช กล่าวว่า ผศ.ดร.ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ อธิการบดี มรภ.สงขลา ในขณะนั้น และประธานมูลนิธิพลเอก เปรมฯ ได้กราบเรียนเชิญป๋าเปรม มาแสดงปาฐกถาให้นักศึกษาฟังในหัวข้อหนทางที่ควรไป และได้สอนถึงการทำความดีของคนดีโดยยกหลักคำสอนสัปปุริสธรรม 7 คือ การเป็นผู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักชุมชน รู้จักบุคคล ส่วนครั้งที่สองป๋ามาปาฐกถาเรื่องการทำความดีและการรักษาความดี ป๋าสอนว่าการทำความดีนั้นทำยาก แต่การรักษาความดีนั้นยากกว่า ซึ่งในครั้งนี้เองเขาได้รับคัดเลือกจาก ผศ.นิตยา ธัญญพาณิชย์ รองอธิการบดี มรภ.สงขลา ในขณะนั้น และรองประธานมูลนิธิฯ ผู้อยู่เบื้องหลังในการสนับสนุนส่งเสริมให้นักศึกษาทำความดีตามแบบป๋า และได้ให้เขาเป็นตัวแทนนักศึกษา ขึ้นกล่าวรายงานการทำความดี เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขามีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำความดี


                 ทั้งนี้ จากการได้มีโอกาสติดตามป๋าไปปฏิบัติภารกิจ ทำให้ได้เห็นคุณธรรมที่ปรากฏในทุกที่คือ ความเมตตา ป๋ามีเมตตาต่อเด็กๆ ทุกคน มีครั้งหนึ่งป๋าเดินทางไปค่ายเยาวชนรักษ์พงไพรบ้านโตนงาช้าง เมื่อไปถึงมีเด็กนักเรียนผู้หญิงกล่าวรายงานกิจกรรมให้ป๋าฟัง แต่ด้วยความประหม่าตื่นเต้นทำให้รายงานติดๆ ขัดๆ และหยุดชะงักไป ผู้ใหญ่หลายท่านลุ้นเอาใจช่วยนักเรียนไปตามๆ กัน ท่ามกลางอากาศและแสงแดดที่ร้อน แต่เมื่อหันไปมองใบหน้าของป๋า ท่านมองดูเด็กคนที่รายงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมด้วยเมตตา ป๋ายืนฟังจนนักเรียนรายงานและร้องเพลงจนจบ ปรบมือและชวนพูดคุยให้กำลังใจเด็กๆ นับเป็นเมตตาจากหัวใจของท่านจริงๆ ท่านจดจำชื่อคนและทักทายได้อย่างแม่นยำ และมักสอบถามความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้นอย่างใส่ใจทุกรายละเอียด


               อีกเรื่องที่ได้สัมผัสคือความจงรักภักดี ครั้งหนึ่งตัวเขามีโอกาสได้เข้าพบป๋า และในเย็นวันนั้นท่านกำลังดูโทรทัศน์อยู่ เมื่อเพลงชาติไทยดังขึ้น ป๋าก็ลุกขึ้นยืนตรงหันหน้าไปทางห้องพระ ซึ่งมีรูปหล่อเคารพของสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ประดิษฐานอยู่ เมื่อเพลงจบท่านโค้งคำนับและนั่งตามเดิม ซึ่งหลายคนๆ เมื่ออยู่ในบ้านอันเป็นที่รโหฐาน น้อยคนนักที่จะลุกขึ้นยืนตรง และในขณะนั้นได้มีการเปิดเพลงในหลวงของแผ่นดินต่อจากเพลงชาติไทย ท่านฟังด้วยความตั้งใจและพูดว่า “เพลงนี้คนไทยต้องร้องให้เป็น พระองค์ท่านมีบุญคุณมาก” ครั้งหนึ่งเขาได้สนทนากับป๋า แต่เผลอพูดชื่อพระนามแบบสั้นๆ ป๋าบอกว่า “ต้องเรียกให้ถูกต้อง ให้สมพระเกียรติ” แล้วป๋าก็เอ่ยพระนามที่ถูกต้องให้ฟัง เรื่องบางเรื่องในบางครั้งเราอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่เป็นไร แต่สำหรับป๋าแล้วการถวายความจงรักภักดีคือสิ่งที่สำคัญสูงสุด ดังคำสอนและการปฏิบัติเป็นแบบอย่างประจักษ์ต่อสายตาคนไทยเสมอมา


                ความประทับใจอีกอย่างคือ ทุกๆ คำสอนของป๋าจะเน้นแต่เรื่องการทำดี การเป็นคนดีของชาติบ้านเมือง ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ป๋าสอนว่า การทำความดีต้องมีต้นแบบ สำหรับต้นแบบความดีของท่านคือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าป๋าเปรมก็เป็นต้นแบบคนดีและความดีของใครอีกหลายๆ คน รวมถึงตัวเขาด้วย เขารู้สึกโชคดีที่สุดในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดกับคนดีของแผ่นดิน และมองว่า แม่ทัพอัศวินย่อมสอนเพลงดาบ คนดีย่อมสร้างคนดีและสอนให้คนทำความดี สำหรับตัวเขาแล้วเชื่อมั่นศรัทธา และยกท่านเป็นวีรบุรุษในดวงใจ นอกจากคำสอนของท่านแล้ว ระยะเวลาได้พิสูจน์ถึงคุณงามความดีที่ท่านได้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างมาตลอดชั่วชีวิต ดังที่ท่านเคยปาฐกถาตอนหนึ่งไว้ว่า “การทำความดี สิ่งสำคัญของการกระทำความดี มันไม่จบอยู่แค่นั้น มันต้องต่อด้วยกับการรักษาความดีนั้นให้อยู่กับตัวเรา ไปจนตาย”


ท่ามกลางข่าวลือต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ท่านสอนสั้นๆ ว่า “ไม่เป็นไร ให้ทำหน้าที่ของเราไป” “การวิจารณ์เป็นเรื่องของเขา หน้าที่ของเราทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน” ท่านไม่ได้ใส่ใจสิ่งเหล่านั้น คิดเป็นห่วงแต่ชาติบ้านเมือง การพัฒนาเด็กและเยาวชนในที่ต่างๆ ให้เป็นคนดี และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บ้างก็สนับสนุนทุนการศึกษา ดังจะเห็นได้จากทุนการศึกษามูลนิธิ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ที่กระจายเกือบทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สิ่งนี้คือความตั้งใจของท่าน และแม้แต่ในโอกาสสุดท้ายของชีวิต ท่านยังห่วงใยคนจน ห่วงใยชาติบ้านเมือง ดังที่มีข่าวประกาศต่อสาธารณชนว่า ท่านได้มอบทรัพย์สินเงินเก็บของท่านทั้งหมดเพื่อประชาชน


                “ท่านอนุญาตให้ผมเรียกว่าปู่ วันหนึ่งปู่เปรมเขียนจดหมายส่งมามีข้อความว่า เชษฐ์ จงจำไว้ตลอดชีวิตว่า เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน นี่คือสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับเด็กชนบทอย่างผม นอกจากนั้น ปู่ยังให้ความเมตตาสนับสนุนทุนการศึกษาปริญญาโท ต่อมาเมื่อผมเรียนจบจึงได้อุปสมบท ท่านได้มอบผ้าไตรจีวรให้ นับเป็นมงคลยิ่ง ที่สำคัญ ปู่เมตตาตั้งนามสกุลเครือเปรม ให้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559 นับเป็นมรดกแห่งความดีอันสูงค่า เป็นสิริมงคลยิ่งแก่ชีวิตของตัวเองและครอบครัว ได้ก้าวเดินตามแบบอย่างคุณธรรมความดีที่ท่านได้สอนไว้ ซึ่งชื่อสกุลเครือเปรมท่านให้ความหมายว่า เชื้อสายสกุลของพลเอก เปรม สำหรับผมแล้ว ป๋าคือศรัทธา คือวีรบุรุษคนดีในดวงใจ ท่านจะสอนเสมอว่าเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน และผมจะจดจำไว้ชั่วชีวิต” นายชัยเดช กล่าว


10
อาจารย์-นศ.เทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ มรภ.สงขลาคว้ารางวัลนำเสนอผลงานวิจัยภาคโปสเตอร์ ระดับดี



                อาจารย์ นักศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ มรภ.สงขลา คว้ารางวัลนำเสนอผลงานวิจัยภาคโปสเตอร์ ระดับดี กลุ่มเทคโนโลยี โชว์ศักยภาพเวทีประชุมวิชาการระดับชาติ IAMBEST ครั้งที่ 4 บูรณาการนวัตกรรมเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน


                ดร.วัชรินทร์ สายน้ำใส อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนักศึกษาสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ จำนวน 4 คน คือ น.ส.ฮัปเสาะห์ มะเด็ง น.ส.ธีราพร หมุดกะเหล็ม น.ส.กาญจนา หนูจีน และ นายสุไหลหมาน เบญฤทธิ์ เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ IAMBEST ครั้งที่ 4 จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร (The 4th National Conference on Informatics, Agriculture, Management, Business administration, Engineering, Sciences and Technology) เมื่อวันที่ 30-31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “บูรณาการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ โดยมีผลงานวิจัยที่ผ่านการพิจารณาให้เข้าร่วมนำเสนอทั้งสิ้น 228 ผลงาน จาก 53 สถานศึกษา


                ดร.วัชรินทร์ กล่าวว่า ตนและทีมงานเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยภาคโปสเตอร์ ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ 2 ผลงาน และกลุ่มเทคโนโลยี 1 ผลงาน ดังนี้ กลุ่มเทคโนโลยี บทความเรื่อง “การใช้แคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาทดแทนเขม่าดำบางส่วนเพื่อให้มีพลังงานสูญหายในระดับเดียวกันของยางธรรมชาติวัลคาไนซ์” โดย สุไหลหมาน เบญฤทธิ์ และ วัชรินทร์ สายน้ำใส กลุ่มวิทยาศาสตร์ 1. บทความเรื่อง “อิทธิพลของปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตต่อการผ่อนคลายความเค้นของยางธรรมชาติคอมพาวนด์โดยใช้เครื่องทดสอบความหนืดมูนนี่” โดย ฮัปเสาะห์ มะเด็ง และ วัชรินทร์ สายน้ำใส 2. บทความเรื่อง “การประยุกต์ใช้วิธีการพื้นผิวตอบสนองในการออกสูตรยางคอมพาวนด์ : กรณีศึกษาผลของปริมาณเอ็มบีทีเอสและปริมาณกำมะถัน” โดย ธีราพร หมุดกะเหล็ม กาญจนา หนูจีน และ วัชรินทร์ สายน้ำใส ในการนี้ ผลงานวิจัยเรื่อง การใช้แคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาทดแทนเขม่าดำบางส่วนเพื่อให้มีพลังงานสูญหายในระดับเดียวกันของยางธรรมชาติวัลคาไนซ์ ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานวิจัย ภาคโปสเตอร์ ระดับดี กลุ่มเทคโนโลยี 



                งานวิจัยดังกล่าว เป็นการศึกษาการใช้แคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาทดแทนเขม่าดำบางส่วนในยางธรรมชาติวัลคาไนซ์ เพื่อให้มีพลังงานสูญหายในระดับเดียวกันกับยางธรรมชาติที่ผสมเขม่าดำปริมาณ 40 phr โดยใช้เขม่าดำเกรด N550 เป็นสารตัวเติมร่วมกับแคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาเกรด Hi-Sil 233 แล้วใช้เส้นแนวโน้มทำนายปริมาณที่เหมาะสมของแคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกา พบว่ายางธรรมชาติผสมเขม่าดำเกรด N550ปริมาณ 30 phr ร่วมกับแคลเซียมคาร์บอเนตและซิลิกาเกรด Hi-Sil 233 ปริมาณ 41.31 และ 39.36 phr ตามลำดับ มีพลังงานสูญหายรวมในระดับเดียวกับยางธรรมชาติที่ผสมเขม่าดำเกรด N550 เพียงอย่างเดียวในปริมาณ 40 phrโดยที่ยางธรรมชาติผสมเขม่าดำเกรด N550 ปริมาณ 10, 20 และ 30 phr สามารถทดแทนด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตปริมาณ 94.38, 62.07 และ 41.31 phr ตามลำดับ ซึ่งผลการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยางต่อไป

หน้า: [1] 2 3 ... 10