ศูนย์ข่าวชาวบ้านนิวส์
Khawchawbannews

ปีที่ 10 ฟื้นฟูทรัพยากรลุ่มน้ำคลองยัน สู่ความยั่งยืน โดยมูลนิธิโคคา-โคลาและชุมชน

ปีที่ 10 ฟื้นฟูทรัพยากรลุ่มน้ำคลองยัน สู่ความยั่งยืน โดยมูลนิธิโคคา-โคลาและชุมชน มีผู้รับโยชน์กว่า 7,800 ครัวเรือน


        ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง คุณสากล ฐินะกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เป็นประธานเปิดกิจกรรม การสร้างฝายชะลอน้ำ ในโครงการสร้างเสริมศักยภาพองค์กรชาวบ้านและเครือข่ายอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรลุ่มน้ำคลองยัน ครั้งที่ 6 ปีที่ 10 ภายใต้ โครงการ “รักน้ำ” ของมูลนิธิโคคา – โคลา ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)  บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด และ บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย)ทำงานร่วมกับมูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต และองค์กรชุมชนลุ่มน้ำคลองยัน พร้อมด้วย คุณเสกสรรค์  เพชรสุทธิ์ ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน), คุณประวีณ  จุลภักดี ประธานมูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต, คุณอภิชัย  เชียศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี, คุณทวีศักดิ์  ศิลปวิสุทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านคลองวาย, คุณทวีเดช  จันทร์มีอ้น ผู้อำนวยการ Pre-sell / Direct Store Delivery (DSD) บมจ.หาดทิพย์, ชาวบ้านคลองวาย, อาสาสมัครโคคา- โคลา หาดทิพย์ และสื่อมวลชน กว่า 350 คน ร่วมกิจกรรม ณ หมู่ที่ 7 บ้านคลองวาย ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี มีเป้าหมายในการสร้างฝายชะลอน้ำเพิ่มปีนี้ จำนวน 120 ฝาย ในพื้นที่ ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี 70 ฝาย ต.ตะกุกใต้ อ.วิภาวดี 30 ฝาย และ ต.น้ำหัก อ.คีรีรัฐนิคม 20 ฝาย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อลดการพังทลายของหน้าดิน ชะลอน้ำ และสร้างความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่ชุมชน ที่สำคัญเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และเครือข่ายในการอนุรักษ์ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรพื้นที่ลุ่มน้ำคลองยัน อย่างยั่งยืน


        กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ตระหนักดีว่า “น้ำ” เป็นปัจจัยที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตและความยั่งยืนของชุมชน ทรัพยากรน้ำ คือ วัตถุดิบที่สำคัญที่สุดของธุรกิจโคคา-โคลา ดังนั้น ใน ปี พ.ศ.2550 จึงได้ริเริ่มโครงการ “รักน้ำ”             เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย มีเป้าหมาย คือ การคืนน้ำในปริมาณเทียบเท่ากับที่นำมาผลิตเครื่องดื่มกลับสู่ชุมชน และธรรมชาติอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถคืนน้ำกลับสู่ผิวดินได้มากกว่าปริมาณน้ำที่ใช้ไปมากกว่า 400% ผ่านโครงการ “รักน้ำ” ในพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด 6 จังหวัด ที่มีโรงงานผลิตเครื่องดื่มของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ได้แก่ จังหวัดลำปาง, นครสวรรค์, บุรีรัมย์, ขอนแก่น, ปทุมธานี และสุราษฎร์ธานี ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยในชุมชนต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 1 ล้านคน



        ประชาชนในพื้นที่ ได้รับผลประโยชน์ทางตรง จำนวน 53 หมู่บ้าน 7,849 ครัวเรือน 23,046 คนใน 4 ตำบล 2 อำเภอ คือ ต.น้ำหัก ต.บ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม และ ต.ตะกุกเหนือ และ ต.ตะกุกใต้ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี