วันพฤหัสบดี, 7 กรกฎาคม 2565

น้องน้ำฝนม้าแสนรู้ ได้กลับสู่อ้อมอกแม่ศรีทองแล้ว

ดีใจทั้งผู้ให้และผู้รับ แม่ม้าวิ่งกระโจนเข้าหาลูก ทันที่เมื่อได้ยินเสียงลูก ร้องหากันและกัน จนน้ำตาแม่ไหลด้วยความดีใจ

หลังจากน้องน้ำฝนม้าแสนรู้ ได้หาย พลัดหลงจากแม่ไป 4 คืน ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับทั่งม้าและเจ้าของ เมื่อช่วงเช้า ได้มีเบอร์แปลก ๆ โทรศัพท์เข้ามาถามหานายโอภาส หนูเอียด อายุ 65 ปี เจ้าของม้าน้องน้ำฝน แจ้งให้มารับลูกม้าด้วย ตอนนี้อยู่ที่ หมู่ 2 ท่องม่วง บ้านน้ำกระจาย อำเภอเมือง จังหวัด สงขลาทำให้นายโอภาสถึงกับดีใจรีบวางจานข้าว รีบขับรถกระบะ พร้อมภรรยาทันที่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 7 กิโล พร้อมกล้วยน้ำว้า 1 หวี ที่น้องน้ำฝนชอบกิน

ขณะไปถึงนายโอภาส ฯ ได้ยืนมองน้องน้ำฝน พร้อมกับในมือถือกล้วย ของโปรดของน้องน้ำฝนมาให้ ด้วยความดีใจและต้นตัน เรียกน้องน้ำฝน กลับบ้านด้วยกันนะ แม่ศรีทองรออยู่ แต่น้องน้ำฝนไม่สามารถรุกขึ้นมามาได้ เพราะเท้าได้รับบาดเจ็บ และร่างซูบผอม คงไม่ได้กินนม จึงพาน้องน้ำฝนเดินประคองไปขึ้นรถ ด้วยอาการขากระเผลก อุ้มขึ้นรถกลับไป

เมื่อมาถึง ขณะแม่ศรีทองกำลังสนใจอยู่กับการกินหญ้า ได้ยินเสียงลูก เงยหัวขึ้นแล้วหันไปดู ด้วยความดีใจเมื่อเห็นลูกรีบวิ่งกระโจนไปหารอลูก ที่นายโอภาสกำลังพาลงมาจากท้ายรถ ทำให้แม่ศรีทองร้องเรียกหาลูกทั้งน้ำตาที่ไหลออกมา ด้วยความดีใจ ส่วนน้องน้ำฝนเมื่อได้พบแม่ ไม่ได้แสดงอาการอะไร เหมือนรู้ว่าตัวเองทำผิดวิ่งเล่นจนหลุดจากฝูงหาทางกลับไม่ได้ รีบมุดใต้ท้องหาเต้านมแม่กินนมทันที

นายโอภาส ฯ ได้บอก ผสข. ด้วยความดีใจ น้ำเสียงสั่นเครือ และขอบคุณผู้ที่แจ้ง และเลี้ยงดูให้อาหารให้น้ำและยา ขณะที่ลูกม้าไม่สบาย ตนรู้สึกดีใจ ได้ขอบคุณนายเอ็ม และคนที่แจ้งเบาะแส และสถานีกองทัพบก ช่อง 7 ที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงกระจายข่าว ได้ให้น้องน้ำฝนกลับมาพบกับแม่อีกครั้ง

จากการสอบถามนายเอ็ม อายุ 43 ปี คนที่เลี้ยงดูลูกม้า (น้องน้ำฝน) มีอาชีพเลี้ยงวัว และม้า ได้แจ้งให้นายโอภาส ฯ เจ้าของลูกม้ารับทราบ มารับคืน ว่าได้มีคนรู้จักกันพบเห็นลูกม้า เดินอยู่บริเวณ ถนนสายกาญจนวนิช ใกล้สะพาน 5 อยกบ้านน้ำกระจาย แล้วได้โทรให้ตนไปรับ คงคิดว่าเป็นลูกม้าตน หลุดมาในฐานะที่ผมเป็นเลี้ยงดูม้าอยู่ด้วย จึงได้นำมาดูแลให้หญ้า ให้น้ำ ให้ยา เพราะลูกม้ามีอาการเจ็บที่อุ้งเท้า ตนคิดว่าคงจะพลัดตกลงจากลด ตามที่สันนิษฐานไว้

หลังจากตนได้เลี้ยงดู แม่ได้โทรมาบอก ได้เห็นข่าวออกทางทีวี มีเจ้าของตามหาลูกม้า ตนจึงรีบโทรกลับไปหาแม่ ว่าจำเบอร์ที่ผู้อ่านข่าวบอกได้ไม่ จนได้เบอร์มาแล้วรีบโทรหาเจ้าของ (นายโอภาส) ทันที ซึ่งในฐานะที่ตนเป็นเลี้ยงม้าเหมือนกัน ตนเข้าใจและสึกได้ถึงความรัก ความเป็นห่วง หากตนไม่เอามาดูแล ก็ไม่รู้ลูกม้าจะไปไหน และไม่คิดที่จะเก็บไว้ เพราะที่เลี้ยงดูอยู่ 10 กว่า ตัวก็ถือว่าเยอะ จนไม่ค่อยมีเวลาดูแลแล้ว