วันอาทิตย์, 27 พฤศจิกายน 2565

รองผู้ว่า ฯ “วรณัฎฐ์ “ ติดตามสถานการณ์หลังน้ำลดในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา พร้อมกำชับเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชาชนทันที

จากสถานการณ์ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในช่วงวันที่ 10 – 15 พฤศจิกายน 2565 ทำให้น้ำในลำคลองเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและที่พักอาศัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 6 ตำบล 18 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 431 ครัวเรือน 1,292 คน ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ 1 บ้านแลแบง ตำบลสะบ้าย้อย ถูกน้ำท่วมสูงและไม่สามารถสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้าน จึงต้องอพยพและขนย้ายทรัพย์สินไปอยู่ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จำนวน 48 ครัวเรือน 191 คน

โดยในวันนี้ (16 พ.ย. 65) นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายนพพร หนูเพชร นายอำเภอสะบ้าย้อย นางสาวสุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา และนายพนมเทียน เส้งวั่น ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตาม ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา พร้อมพูดคุย สอบถามปัญหาและชีวิตความเป็นอยู่ด้วยความห่วงใย จากนั้นได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค หน้ากากอนามัย และยารักษาโรค เพื่อช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยในเบื้องต้น

โอกาสเดียวกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เดินทางไปยังบ้านสวนชาม หมู่ที่ 2 ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ติดตามสถานการณ์ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนหลังสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ รวมถึงให้ทางสาธารณสุขอำเภอ และ อสม. ย้ำเตือนประชาชนกลับเข้าที่พักอาศัย ให้ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุจากไฟฟ้า เนื่องจากยังมีความชื้นหรือชุ่มน้ำอยู่ นอกจากนี้ควรทำความสะอาดบ้านเรือนให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำท่วมเข้ามาในบริเวณบ้าน

ต่อจากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจสอบการชำรุดของสะพานในพื้นที่รอยต่อเส้นทางบ้านสวนชาม – บ้านปลายงัน และอำเภอนาทวี ซึ่งได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จนทำให้คอสะพานชำรุด จนเป็นโพรงขนาดใหญ่ และไม่สามารถขับผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ โดยขณะนี้ทางหลวงชนบทได้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมด้วยการถมดินเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไป-มาได้ตามปกติ รวมถึงมีการติดตั้งป้ายเตือนเพื่อให้ประชาชนระมัดระวังการใช้เส้นทาง อีกด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอและท้องถิ่น เพื่อสอบถามปัญหา อุปสรรคและความต้องการในการช่วยเหลือ รวมทั้งได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสำรวจ ประเมินความเสียหาย ทั้งในด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง หลังสถานการณ์คลี่คลายทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่บูรณาการความช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว-ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา