วันเสาร์, 4 กุมภาพันธ์ 2566

เปิดตัว “คูยา” ดัยลามี เบ็ญบาเห็ม ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 7 สงขลาพรรคเพื่อไทย

“คูยา” ดัยลามี เบ็ญบาเห็ม คนรุ่นใหม่ไฟแรงอยากเห็นความเปลี่ยนที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต7 ซึ่งประกอบด้วย อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี และอำเภอเทพา (ตำบลลำไพลตำบลวังใหญ่) ความน่ารักของผู้คน และศักยภาพที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาล และยังมีความน่าค้นหาเรียนรู้อีกด้วย ทั้งที่กำลังเผชิญวิกฤตพิษเศรษฐกิจ และการระบาดของโรคร้าย ในช่วงการกำกับจัดการของรัฐบาลและคณะฯ ที่ยิ่งจะทำในจนลงทุกๆวัน และ รอการเปลี่ยนของฤดู และภาวนาขอให้มีสิ่งที่ดีกว่าเกิดขึ้นเร็ววันนี้

ที่นี่มีอะไรน่าสนใจอีกมากมาย สถานที่ท่องเที่ยว และธรรมชาติที่สวยงาม รากฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่หลายร้อยปี การมีความเชื่อมโยงทาง เศรษฐกิจ สังคม และพหุวัฒนธรรม ที่ชาวพุทธมุสลิม ร่วมทำกิจกรรมที่ดีงามสืบต่อกันมา ที่รอวันจะพัฒนาเป็นความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ส่วนอำเภอนาทวีก็เป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจอย่างการค้าชายแดน มีนักเตะเกรดเอ และมีนักกีฬา e-sport ที่กำลังรอการปลดปล่อยเฉิดฉาย

ประสบการณ์การศึกษาโดยมัธยมฯ รร.อิสลามวิทยามูลนิธิ ,ป.ตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาอักฤษ-จีนมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ป.โท การศึกษามหาบัณฑิตสาขาการบริหารมหาวิทยาลัยทักษิณสงขลา ป.โท M.E.d. (Postgraduate); Educational Management; University of Hertfordshire, Hatfield ,ประเทศอังกฤษ ป.เอก ศึกษาศาสตรดุฎีบัณฑิตการบริหารการศึกษา(รุ่นที่4)มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

ประสบการณ์การทำงาน นักข่าวด้านสังคม สำนักพิมพ์ Phuket Post, อาจารย์พิเศษ มรภ.ยะลาร่วมกับสถาบันocc,ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร จ.สงขลา, คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านงานส่งเสริมด้านยุติธรรม กอรมน.4ส่วนหน้า, คณะกรรมการสำนักงานการอาชีวศึกษาจังหวัด จ.สงขลา, หัวหน้าศูนย์การผลิตและกำลังคนอาชีวศึกษา(เอกชน) อ.สะบ้าย้อย, รองฯประธานบริหารมลนิธิเพื่อการศึกษามูฮำมาดียะห์, ผู้จัดการ รร.อิลามมูลนิธิอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา, สมาชิกสมาคมนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์, ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการมูฮำมาดีย์ อ.สะบ้าย้อย

“คูยา” เผยว่าทำไมถึงพรรคเพื่อไทยเพราะผมเกิดที่นี่ได้ไปใช้ชีวิตช่วงวัยเรียนข้างนอก ในต่างจังหวัดและต่างประเทศ เช่น ภูเก็ต กทม. เชียงใหม่ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน อียิปต์ อังกฤษ จอร์แดน เกาหลี อินเดีย จึงได้มีโอกาสเรียนรู้แลกเปลี่ยน มองเห็นความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม ภาษา สังคมและโครงสร้างทางการเมือง ว่าสามารถสร้างความเป็นเลิศเหล่านี้ มาปรับในใช้และพัฒนาในบ้านเกิดที่สงขลา เขต 7 ไม่มากก็น้อยทั้งในเชิงการพัฒนาและความเป็นไปได้

ผมโชคดีที่ครอบครัวสามารถสนับสนุนทางการศึกษาถึงระดับปริญญาเอก และใช้ชีวิตในแวดวงการศึกษา เพราะมีกิจการโรงเรียนตั้งแต่รุ่นปู่ ทำการสอนมาร่วม 60 ปี ได้สัมผัสกับชาวบ้านและผู้ปกครองที่มีความต้องการความช่วยเหลือที่ต่างกันไป เด็กๆจะเรียนได้เก็บค่าเป็น ข้าวเหนียวเหลืองกันเครื่องจิ้ม เป็นค่าเล่าเรียน เท่านั้น มีผู้สอนที่เสียสละอาสาช่วยเหลือ เพื่อบริการวิชาการแก่พี่น้องในพื้นที่ตามศักยภาพเท่าที่มี จึงทำได้น้อยกว่ามาตรฐานที่รัฐฯกำหนด และมากกว่านั้นทางต้นสังกัดที่ส่วนใหญ่สวมบทบาท กำกับสั่งการ มากกว่าดูแลช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการประเมิน กำหนดขั้นตอนเงื่อนไข ขั้นตอนการติดต่อ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างองค์กร หน่วยงาน ผู้ปกครอง โรงเรียน เด็กผู้เป็นอนาคตชาติต้องเป็นคนรับผลกระทบมากที่สุด ความล้มเหลวที่ชัดเจนที่สุดตอนโควิด ที่ให้เรียน on-line ไม่ใช่อยู่แค่ขั้นอุปสรรค หรือผลกระทบ ที่ผมเคลมว่าล้มเหลวนั้น ไม่ใช่แค่เด็กขาดเรื่องโทรศัพท์ แพ็คเกจอินเทอร์เน็ต แต่หลายๆชุมชนที่นี่ โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ เพราะ “ไม่มีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ ” ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ สิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุดคือ เด็กๆ ที่ครอบครัวลำบาก หลุดจากระบบการศึกษาค่อนข้างมาก และง่ายมาก เพราะความยากจน ให้คิดภาพตาม สิ่งที่ผมได้ยินมากับตัวเอง คือ “ที่พ่อแม่ส่งให้มาเรียน เพราะอย่างน้อย ลูกได้กินข้าวเที่ยงที่โรงเรียน ครอบครัวเซฟค่าอาหารลูกไปหนึ่งมื้อ และได้ออกไปทำงานทั้งคู่”…. “ความเหลื่อมล้ำ” การเข้าถึงไม่เท่ากัน แค่เพียงประเด็นของ เด็กๆ และการศึกษาเรื่องก็สามารถโยงเกือบทุกประเด็นปัญหาที่โดนกดทับ ที่ไม่รู้ว่าต้องแก้ ฟื้น และพัฒนาตรงไหนก่อน ทำให้ศักยภาพของที่นี่ไม่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างที่ควรเป็น

ส่วนประเด็นที่ทำกินของคนพื้นที่ ที่ชาวบ้านสะท้อนกับผมมาว่า “น้องเอ๋ยเป็นเรื่องนี้ผู้ลงเลือกตั้ง ทุกคน ทุกสมัยก็มาขายเรื่องนี้ แต่ไม่ได้รับการแก้ที่จริงจังเสียที” ที่ผมมั่นใจว่าผู้ที่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และที่ทำกินได้ดีและชัดเจนที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย และพร้อมจะทำให้ดีกว่าเดิม …ท้ายที่สุด สิ่งที่ผมจะสื่อถึงคือ ภารกิจของรัฐบาล/ผู้แทน ไม่ใช่แค่งานอาคารสถานที่ คอนกรีตหรือให้ซองและเปิดพิธีงานบุญ งานบอล งานแต่ง เพียงเท่านั้น หากแต่เป็น คุณภาพชีวิต ความสุข ในการกินอิ่มซื้อใช้ได้คล่องของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจที่ดี ซึ่งเป็นงานที่พรรคไทย จะทำให้เป็นแบบนั้นได้อีกครั้ง นักการเมืองที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองสามารถทำการเมืองเพื่อทุกคนเท่าเทียม ทั่วถึงและถ้วนหน้าครับ