วันอังคาร, 11 สิงหาคม 2569

“พลังแห่งการให้ คือพลังที่ทำให้สังคมเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมขาวทอง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับคณะจาก สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี นำโดย นายวินัย เหมฮีม รองประธานฝ่ายในประเทศ พร้อมด้วย ท่านอดีตผู้พิพากษานวลน้อย ผลทวี และคณะกว่า 60 ท่าน ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมเยือนและพบปะกันด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความอบอุ่น และความปรารถนาดี

การเดินทางมาครั้งนี้ได้รับการประสานงานจาก ผู้ใหญ่บ้านบุญเจริญ เหมหีม หรือ “ผู้ใหญ่เตี้ย” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ เพื่อนำคณะเข้าพบและเรียนเชิญผมในฐานะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “ปัน พลังปัน เพื่อสังคมที่ยั่งยืน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน 2569 ณ ลานพลาซ่า อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร โดยพิธีเปิดกำหนดขึ้นในวัน เสาร์ที่ 5 กันยายน 2569พร้อมกันนี้ มี นางสาวสุภาพร กำเนิดผล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พร้อมคณะทำงานนายวงศ์วชร ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับและพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานเพื่อสังคมร่วมกัน

งาน “ปัน พลังปัน เพื่อสังคมที่ยั่งยืน” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีคุณค่า เพราะหัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการ “ให้” ในระยะสั้น แต่คือการสร้างความเข้าใจ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเปลี่ยนพลังแห่งการแบ่งปันให้กลายเป็น โอกาส คุณภาพชีวิต และความหวังที่ยั่งยืน สำหรับพี่น้องประชาชนที่ยังต้องการความช่วยเหลือผมเชื่อเสมอว่า บ้านเมืองจะเดินหน้าได้ ไม่ใช่ด้วยพลังของคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเกิดจาก พลังของคนทุกศาสนา ทุกชุมชน ทุกภาคส่วน ที่พร้อมจับมือและช่วยเหลือกัน

ศาสนาอาจมีหลักปฏิบัติที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีร่วมกันคือ ความเป็นมนุษย์ ความเมตตา และหัวใจของการแบ่งปันในวันเดียวกัน คณะยังได้ร่วมกิจกรรมการกุศลของ มัสยิดบ้านลานควาย หมู่ที่ 1 ตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา พร้อมร่วม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส เพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาและเป็นกำลังใจให้เยาวชนได้ก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ดี

ภาพที่ผมเห็นในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงภาพของคณะผู้มาเยือน แต่คือภาพของ “พลังแห่งการให้” ที่เดินทางจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง จากชุมชนหนึ่งไปสู่อีกชุมชนหนึ่ง และสามารถขยายออกไปเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติได้> “การให้ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของแต่คือการมอบโอกาส มอบความหวัง และทำให้คนคนหนึ่งมีพลังลุกขึ้นเดินต่อได้อีกครั้ง”

ขอขอบคุณสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี และทุกท่านที่ร่วมกันทำงานเพื่อสังคมด้วยหัวใจ ผมพร้อมสนับสนุนทุกพลังสร้างสรรค์ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเมื่อเราแบ่งปันพลังของเราให้กันพลังเล็ก ๆ ของแต่ละคน จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของสังคม