วันจันทร์, 31 สิงหาคม 2569

“สุชาติ” เซ็นปลดล็อก “นกกรงหัวจุก” ของขวัญพี่น้องชาวใต้ เดินหน้าซักซ้อมแนวทางหลังถอด “นกปรอดหัวโขน” พ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

เมื่อวันที่ 31 สิหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติภายหลังการถอด “นกปรอดหัวโขน” หรือ “นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมมอบหนังสือแสดงที่อยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกสมาคมและชมรมผู้เลี้ยงนกปรอดหัวโขน ผู้แทนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตลอดจนผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ โรงแรมเอส หาดใหญ่ (S Hadyai Hotel) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายอรรถพลกล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ความสำคัญกับการ อนุรักษ์นกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยต้องดำเนินการอย่างเหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ขณะที่นายสุชาติกล่าวถึงการปลดล็อกนกกรงหัวจุกว่า ได้เซ็นปลดล็อกนกกรงหัวจุก หรือนกปรอดหัวโขนแล้ว ถือเป็นของขวัญที่กระทรวงฯ ตั้งใจมอบให้พี่น้องชาวใต้โดยเฉพาะ”

ก่อนหน้านี้ มีการเรียกร้องให้ถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองมาอย่างต่อเนื่อง กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อสำรวจสถานภาพนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ พร้อมกำหนดแนวทางและมาตรการป้องกันและปราบปรามการล่านกในธรรมชาติ รวมถึงการป้องกันและควบคุมการปล่อยนกจากกรงเลี้ยงสู่ธรรมชาติ

ต่อมา คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเห็นชอบให้ถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และจากการผลักดันของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงปรับสถานะนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569

ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการลงนามในกฎกระทรวง ก่อนนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเร่งซักซ้อมแนวทางปฏิบัติให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกัน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงสถานะของนกปรอดหัวโขนเป็นไปอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าควบคู่ทั้ง การอนุรักษ์นกในธรรมชาติ การควบคุมการลักลอบจับจากธรรมชาติ และการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการใช้ประโยชน์ของประชาชน